การค้นพบตัวเองครั้งแรก ลูกช้างสู่ช้างโตที่เลือกชีวิตตัวเอง!

การค้นพบตัวเองครั้งแรก ลูกช้างสู่ช้างโตที่เลือกชีวิตตัวเอง!

คุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เงาของใครบางคนมั้ย? เรื่องที่หลายคนเจอแต่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง การค้นพบตัวเองครั้งแรกฟังดูแปลกนะ เพราะโดยปกติคุณจะได้ยินคำว่ากลับมาเป็นตัวเองกันบ่อยๆ แต่ถ้าลองนึกดูดีๆ บางทีคุณอาจไม่เคยเป็นตัวเองมาก่อนเลยก็ได้ การเลือกใช้คำว่าการค้นพบตัวเองครั้งแรกแทนที่จะเป็นการกลับมาเป็นตัวเองนั้นจึงทรงพลังมากกว่า เพราะนี่คือการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความเป็นไปได้! นี่คือช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาก จากการเป็นลูกช้างตัวน้อยที่ถูกผูกมัดด้วยความเชื่อเก่าๆ มาเป็นช้างโตแล้วที่มีพลังในการเลือกชีวิตของตัวเอง! bansurvival จะพาคุณไปค้นพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ตอนนี้ก็อยู่ที่คุณแล้วว่าต้องการพาเด็กน้อยในตัวคุณก้าวออกจากอุโมงค์มืดๆ แล้วไปพบเจอสิ่งใหม่ข้างนอกนั่นมั้ย?

เนื้อหาที่กำลังอ่าน

ทำไมไม่กล้าเป็นตัวเอง? จุดเริ่มต้นจากวัยเด็ก

ย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ หลายคนคงเคยได้ยินประโยคเหล่านี้

  • คุณทำตัวเยอะเกินไป
  • เก่งได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย
  • รู้อะไรก็เงียบๆ ไว้บ้าง
  • ทำไมไม่เหมือนคนอื่นบ้าง
  • เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ

เด็กน้อยที่ละเอียดละออประเภท highly sensitive person (hsp)

สำหรับตอนนั้น ช่วงที่คุณเป็นเด็ก หากคุณเลือกทำสิ่งอื่นใดที่แตกต่างออกไป ครอบครัวก็จะมองว่าคุณแปลก คุณอาจเผลอเรียนรู้ว่าการเป็นตัวเองเท่ากับอันตรายและไม่เข้าพวก! เพราะนั่นจะทำให้คนหลายคนไม่พอใจรวมถึงคนในครอบครัวที่มีอิทธิพลต่อใจคุณมากที่สุดก็อาจจะไม่รักคุณด้วย

ยิ่งถ้าคุณเป็นคนประเภท highly sensitive person (hsp) หรือคนที่มีความไวทางอารมณ์สูง คุณน่าจะรับรู้ถึงทุกความรู้สึกจากผู้คนมากกว่าใครเป็นพิเศษ! นี่อาจเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้คุณหลงเชื่อว่าความรู้สึกที่ลึกซึ้งของตัวเองเป็นปัญหา

และครอบครัวบางครอบครัวก็อาจมองว่าลูกคนนึงในบ้านเป็นคนแปลก ดูขาดๆ เกินๆ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วสิ่งนี้เรียกว่าความแตกต่าง นั่นทำให้ครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าบางทีเด็กคนนั้น แค่เป็น highly sensitive person หรือแค่คนหนึ่งที่มีความคิดสร้างสรรค์มาก คนหนึ่งที่ไม่ค่อยพูดเยอะเพราะกลัวคนอื่นไม่เข้าใจ แต่คนๆ นั้นที่รับรู้ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง เขาได้เกิดขึ้นมาบนโลกแล้ว!

สิ่งที่เด็กมีพรสวรรค์มักเจอจนบดบังแสงในตัวเอง

เด็กที่มีพรสวรรค์ มักมาคู่กับความรอบคอบที่สูง! เพราะเชื่อว่าการทำสิ่งใดที่น้อยเกินไปอาจทำให้ถูกเพิกเฉย จึงเรียนรู้ว่าต้องทำเยอะๆ ถึงจะมีคนสนใจ เมื่อโตขึ้นพฤติกรรมนี้ก็ติดตัวมาด้วย แต่กลับถูกมองว่าแปลก ทำตัวเด่นมากเกินไป จึงทำให้ผู้คนไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็น แล้วทำไมคนอื่นๆ ถึงมองแบบนี้ อาจเป็นเพราะพวกเขา

  • ไม่เข้าใจคนที่ คิดลึกและรู้สึกมาก!
  • ไม่รู้เคยรู้ตัว ว่าพวกเขาก็มีส่วนทำให้คุณเป็นแบบนี้
  • กลัวความแตกต่าง อยากให้ทุกคนเหมือนกัน
  • ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูในอดีตหรือแค่ไม่เคยมีใครอธิบายให้ฟังว่าควรทำยังไง?

การเยียวยาจากวัยเด็กที่ถูกปฏิเสธ ความรักที่เด็กน้อยไม่เคยได้รับ ส่งผลต่อความคิดและจิตใจ

การเยียวยาจากวัยเด็กที่ถูกปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึงการไปโกรธครอบครัว แต่อยากให้คุณได้เข้าใจระบบที่สร้างปัญหาที่ส่งผลต่อใจคุณ ดังนั้นคุณรักพวกเขาได้แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตามคำวิจารณ์ของพวกเขา ความคิดเห็นของพวกเขาสะท้อนขอบเขตความเข้าใจของพวกเขา คุณสามารถรักพวกเขาจากระยะไกลในจุดที่คุณรู้สึกปลอดภัย! และคุณไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ใครเข้าใจ!

เหตุผลที่ทำให้คนๆ หนึ่งต้องคอยทำให้คนอื่นพอใจ

เด็กที่ถูกเพิกเฉย เรียนรู้ว่าต้องทำเยอะๆ ถึงจะมีคนสนใจ ถึงได้รับความรัก อย่างเด็กที่ถูกวิจารณ์มาตลอด เรียนรู้ว่าการแสดงออกคือการทำผิด ต้องอยู่นิ่งๆ และเก็บตัว ส่วนเด็กที่ถูกเปรียบเทียบ เรียนรู้ว่าความเป็นตัวเองไม่เคยดีพอ ต้องพยายามเป็นเหมือนคนอื่น ทำให้เด็กเหล่านี้ หลายคนเลือกที่จะซ่อนความพิเศษเอาไว้และมักเป็นคนที่

ใส่ใจมาก : ทำงานอะไรก็ออกมาละเอียดมาก

รู้สึกมาก : จึงเป็นเพื่อนที่ดีและเป็นฝ่ายเข้าใจคนอื่นอยู่เสมอ

คิดมาก : เกิดไอเดียสร้างสรรค์ที่มากกว่า

รักมาก : มักเป็นฝ่ายสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและไม่ต้องการทำให้ใครต้องเดือดร้อนเพราะตัวเอง!

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นแบบนี้และยังติดอยู่กับการยอมรับตัวเองแบบผิดๆ เลิกทำให้คนอื่นพอใจ!

บางทีกลไกการป้องกันตัว ไม่ใช่ความจริงของคุณ เพราะถ้าคุณทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คุณจะกลายเป็นคนที่เก่งในการเป็นคนอื่นและกลายเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวเอง! สุดท้ายคุณจะไม่ได้รู้จักตัวเองเลย ให้คุณลองเลิกพยายามทำสิ่งเหล่านี้

  • ไม่กล้าแสดงความรู้สึกจริง? เอาแต่ปิดความรู้สึกไว้ (เพื่อไม่ให้เป็นคนที่ดูขาดๆ เกินๆ)
  • ต้องยอมทุกอย่าง (เพื่อไม่สร้างปัญหาให้กับใคร)
  • คอยลดคุณค่าตัวเอง (เพื่อไม่โดดเด่นจนใครๆ เขาแสบตาในสิ่งที่คุณเป็น)

ทำไมคุณถึงไม่กล้าแสดงความรู้สึกจริง? หลุดพ้นจากอดีต จากบทเรียนของช้างและเชือกเส้นนั้น

มีเรื่องเล่าหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจที่อาจช่วยปลดล็อกคุณจากเรื่องนี้ เรื่องช้างตัวน้อยกับเชือก ย้อนกลับไปในตอนที่ช้างยังตัวเล็กน่ารัก ก็มักวิ่งซนและอยู่ไม่เป็นที่ จึงทำให้คนเขาเอาเชือกไปมัดตัวไว้แล้วผูกเข้ากับไม้หลักใหญ่ ทำให้แรงที่น้อยและตัวเล็กๆ ของช้าง ดิ้นยังไงก็เดินออกไปไหนไม่เคยได้ ถูกเชือกดึงเอาไว้ตลอด!

เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ จึงทำให้คิดว่า เมื่อไหร่ที่ถูกผูกเชือกเอาไว้ เท่ากับต้องติดอยู่จุดนี้และไปไหนไม่ได้ เมื่อช้างได้โตขึ้น ทั้งตัวใหญ่มากและแข็งแรงขึ้น! ใหญ่กว่าไม้หลักเป็น 100 เท่า! ทำให้ขนาดและพลังของไม้ดูเล็กเหมือนไม้ซีกไปเลย แต่เมื่อไหร่ที่ช้างถูกผูกเชือกเอาไว้ ช้างก็ไม่ไปไหนเพราะยังคิดว่าตัวเองออกไปไหนไม่ได้เหมือนเดิมและยังคงจดจำว่าเชือกเส้นนี้แข็งแกร่งกว่า

การค้นหาตัวเองและพัฒนาตัวเอง บางครั้งก็เหมือนช้างตัวน้อยที่กำลังเรียนรู้

ทำไมการเป็นตัวเองถึงยาก? อยากบอกคุณว่าตอนนี้คุณได้เติบโตขึ้น, มีทักษะและมีประสบการณ์ แม้เชือกเส้นเดิมยังอยู่ เชือกที่ชื่อว่า

  • คุณต้องทำให้คนอื่นพอใจ
  • คุณอย่าโดดเด่น
  • คุณไม่ดีพอ
  • คุณมันแปลก
  • คุณมันพูดไม่รู้เรื่อง

ความจริงที่อยากให้คุณรู้ในตอนนี้! วันนี้เลย! ว่าเชือกเส้นนั้นไม่มีอำนาจอะไรอีกแล้ว คุณแค่ลืมไปว่าคุณโตแล้ว!

เชือกเส้นใหม่ในยุคโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้ไม่กล้าเป็นตัวเอง

สำหรับบางคนที่มีเชือกเส้นเดิมเหนี่ยวรั้งเอาไว้ไม่พอ ยังพบว่ามีเชือกเส้นใหม่มาผูกคุณเพิ่มขึ้น

  • คุณต้องทำให้คนออนไลน์พอใจ
  • คุณต้องมีภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบเพื่อเรียกยอดไลก์
  • คุณอย่าแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น เพื่อหลีกเลี่ยงคอมเมนต์แย่ๆ
  • คุณต้องมีความสุขตลอดเวลา เพื่อให้ได้รับความสนใจ

ทำให้การเลิกใส่ใจคำพูดคนอื่นกลายเป็นสิ่งที่ยากขึ้น เมื่อมีคนอื่นมากมายอยู่ในโทรศัพท์ของคุณตลอด 24 ชั่วโมง!

ทัศนคติที่ช่วยให้คุณได้เฉลิมฉลองความพิเศษในตัวคุณที่ซ่อนเอาไว้

ทำไมการเป็นตัวเองถึงยาก? เพราะคุณไม่ได้กลับมาเป็นตัวเอง แต่คุณกำลังค้นพบตัวเองครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลา ให้คุณค่อยๆ เดินไปทีละก้าว แล้วเริ่มค้นหาตัวเองอย่างแท้จริง แล้วคุณจะเกิดการเรียนรู้ที่จะเห็นของขวัญที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่คุณเคยคิดว่าเป็นข้อบกพร่อง!

ปรับมุมมองใหม่ที่มีต่อตัวเองในสายตาคนอื่น

อยากให้คุณตีความหมายใหม่ของตัวเองในสายตาคนอื่นว่า

  • คุณเป็นคนที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ที่สามารถสร้างงานศิลปะระดับโลก, ทำงานออกมาเนี๊ยบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • คุณเป็นคนที่รู้สึกลึกซึ้ง ที่เหมาะกับการเป็นนักจิตวิทยา, ครู, หมอที่ดีหรือคนที่เข้าใจคนอื่น
  • คุณเป็นคนที่คิดต่าง ที่เหมาะสำหรับงานนักวิจัย, นักประดิษฐ์หรือคนที่แก้ปัญหาให้โลกนี้
  • คุณเป็นคนที่เข้าใจว่าการได้รับความรัก เปี่ยมไปด้วยความสุข นี่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายเหมาะกับการเป็นพ่อแม่ที่ดี, เป็นเจ้านายที่ดี, เป็นทีมงานที่เข้าใจทุกคนและเป็นคนที่ทำให้โลกใบนี้มีความหมาย!

ทำไมการเป็นตัวเองถึงยาก?

เพราะโลกบอกว่า เยอะเท่ากับไม่ดี, โดดเด่นเกินไปจะโดนอิจฉา, เก่งมากไปไม่มีคนคบ, จุกจิกเกินไปทำคนถอยห่างหรือพูดจาลึกซึ้งมากเกินไป คนส่ายหัว ทำให้คุณได้เรียนรู้เป็นแค่ ซ่อนตัวจากสิ่งที่เป็นของขวัญของคุณ แต่คุณอย่าลืมว่า

  • คนที่ใส่ใจมาก : เขามักเป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงานยิ่งใหญ่
  • คนที่รู้สึกมาก : เขาเขียนเพลง, เขียนหนังสือและสร้างศิลปะที่ซึ้งใจ
  • คนที่รักมาก : เขาสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและทำให้คนรอบตัวมีความสุข

ยกตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัด

steve jobs : คนที่เยอะในทุกรายละเอียดจนเพื่อนร่วมงานบางคนทนไม่ได้ แต่เขาสร้าง apple

frida kahlo : คนที่รู้สึกมากและเจ็บปวดมาก จึงสื่อสารเรื่องราวผ่านรูปวาดตัวเอง แต่ผลงานมีชีวิตและน่าหลงใหล

vincent van gogh : คนที่วาดรูปได้แปลกในสมัยนั้น ถูกมองเป็นคนล้มเหลว แต่วันนี้ทุกคนรู้จักผลงานของเขา

michael jackson : คนที่ใส่ใจทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหว จนผู้คนบอกว่า คิดมากไปแล้ว แค่เต้นเฉยๆ แต่เขากลายเป็น king of pop

lady gaga : คนที่แต่งตัวแปลกๆ แสดงออกเยอะ จนถูกบอกว่าทำไมไม่ปกติหน่อย แต่เธอเปลี่ยนวงการเพลงโลก

oprah winfrey : ผู้หญิงผิวสีที่พูดเรื่องส่วนตัว แสดงอารมณ์มาก จนถูกวิจารณ์ว่า emotional เกินไป แต่เธอเป็นพิธีกรที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก

tim burton : ผู้กำกับที่คิดเรื่องมืดๆ แปลกๆ จนคนบอกว่าทำไมไม่ทำหนังปกติ แต่ผลงานของเขาเป็นที่รักของคนทั่วโลก

robin williams : คนที่พูดเร็ว ขบขันเยอะ ใส่อารมณ์มาก จนบางคนบอกว่า over แล้ว แต่เขาทำให้คนเป็นล้าน หัวเราะและซาบซึ้ง

ยกตัวอย่างคนในอาชีพต่างๆ

หมอที่ใส่ใจมาก : ถูกบอกว่าทำไมเครียดขนาดนั้น คนไข้คนเดียว แต่เขาช่วยชีวิตคนได้มากกว่าหมอที่ทำแค่พอผ่าน

ครูที่รู้สึกลึก : ถูกบอกว่าทำไมใส่ใจลูกศิษย์ขนาดนั้น งานเยอะแล้ว แต่เธอเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งให้ดีขึ้น

ช่างภาพที่คิดมาก : ถูกบอกว่าแค่ถ่ายรูป ทำไมต้องคิดขนาดนั้น แต่ผลงานของเขาทำให้คนดูรู้สึกถึงอารมณ์

เชฟที่ใส่ใจทุกรายละเอียด : ถูกบอกว่าแค่ทำอาหาร ทำไมต้องเป๊ะขนาดนั้น แต่อาหารของเขาทำให้คนกินแล้วมีความสุขไปถึงใจ!

โลกต้องการคนแบบนี้เพิ่มขึ้น! แต่บางทีคุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้มีคนเข้าใจเท่านั้นเอง!

ยกตัวอย่างเรื่องที่ใกล้ตัวคุณมากขึ้น

คนที่ใส่ใจเพื่อนมาก : ถูกบอกว่าทำไมต้องใส่ใจขนาดนั้น เพื่อนคนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจคุณเลย แต่คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่ใครๆ อยากมี

คนที่รักแม่มาก : ถูกบอกว่าโตแล้วยังติดแม่ แต่เขาทำให้แม่มีความสุขไปจนวันสุดท้ายของชีวิต

Phil Stutz และ Barry Michels - เครื่องมือ 5 เครื่องมือเพื่อช่วยคุณค้นหาหลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และ Willpower
Shopee.co.th
฿ 293
Phil Stutz และ Barry Michels - เครื่องมือ 5 เครื่องมือเพื่อช่วยคุณค้นหาหลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และ Willpower

คนที่ใส่ใจงานมาก : ถูกบอกว่าทำไมต้องทำงานหนักขนาดนั้น งานไม่เคยหมด แต่เขาได้เลื่อนตำแหน่งและสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง

คนที่รักสัตว์มาก : ถูกบอกว่า ก็แค่สัตว์ ทำไมต้องใส่ใจขนาดนั้น แต่เขาช่วยชีวิตสัตว์ไร้บ้านได้หลายร้อยตัว นี่เป็นเรื่องที่ทำให้ใจฟู!

ข้อสังเกตที่น่าสนใจ

ถ้าคุณเป็นคนที่มีหัวใจยิ่งใหญ่! มองโลกนี้ต่างจากผู้อื่น เข้าใจเรื่องที่คนอื่นเข้าใจได้ง่าย ยาก!, เข้าใจเรื่องที่ฟังดูยากได้ง่ายอย่างลึกซึ้ง! และมีมุมความเห็นส่วนตัวลึกๆ ในใจอยู่เสมอ! นั่นอาจทำให้บางทีคุณถูกต่อว่า, ถูกมองว่าประหลาด, ถูกกีดกันให้ออกจากกลุ่มและไม่ได้รับการยอมรับ อยากบอกให้คุณรู้ว่า คุณแค่ไม่เหมือนใคร

  • คุณเปลี่ยนโลกจากสิ่งที่ทำ
  • คุณสร้างความแตกต่างที่มีความหมาย
  • คุณทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์จากความพิถีพิถันของคุณ
  • และคุณจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง

บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่พวกเขา แต่อยู่ที่ตัวคุณเอง ที่ยังไม่เข้าใจความพิเศษของตัวเอง สิ่งที่คุณเป็นอยู่และมีอยู่คือของขวัญ ที่เป็นเหมือนพรจากฟ้าที่ติดตัวคุณมา ทำให้คุณมีพลังแห่งการสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร!

ไม่มีการตื่นรู้ที่ช้าไป เพื่อเข้าถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต

ถ้าคุณกลัวความโดดเด่นที่ตัวเองมี จนตั้งคำถามกับตัวเองมากมายหรือรู้สึกขัดแย้งกับความเชื่อเก่าๆ วันนี้ bansurvival อยากให้คุณรู้จิตวิทยาการเยียวยาจิตใจด้วยการลองเริ่มตั้งคำถามใหม่กับตัวเอง ที่อาจช่วยเปลี่ยนคุณได้ เหมือนการใช้หินกระทบกันจนเกิดประกายไฟ แม้วันนี้อาจเห็นแค่สะเก็ดไฟเกิดขึ้นเพียงน้อยนิด แต่ถ้าคุณทำซ้ำๆ ย้ำๆ และบ่อยมากขึ้น นี่จะกลายเป็นเชื้อไฟเล็กๆ ที่สามารถกลายเป็นคบเพลิงที่ยิ่งใหญ่หรือกลายเป็นกองเพลิงขนาดมหึมาให้กับคุณ!

  • ทำไมคุณต้องเล็กลงเพื่อให้คนอื่นสบายใจ?
  • ใครบอกว่าการมีความรู้สึกมากคือเรื่องผิด?
  • ทำไมคุณต้องขออนุญาตใครเพื่อเป็นตัวเอง?

และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบตัวเองครั้งแรกของคุณ!

วิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลง

หากคุณได้ล่วงรู้ความลับทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ว่านี่ไม่ใช่การเดินทางกลับไป แต่เป็นการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง! อย่างงานวิจัยเรื่อง neuroplasticity ที่บอกคุณว่า สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต ดังนั้นการสร้างความเชื่อใหม่เกี่ยวกับตัวเองไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่นี่คือจิตวิทยาการเยียวยาที่เปลี่ยนทุกเรื่องให้เป็นไปได้ โดยมีหลักการทางวิทยาศาสตร์มาสนันสนุน!

ความมั่นใจในตัวเองจึงเกิดจากการซ้อม, การฝึกและการคิดใหม่ ไม่ใช่จากการหายามากินหรือต้องหาวิธีแก้กรรม แล้วคุณจะสนุกกับการค้นพบตัวเองครั้งแรก ที่เป็นดั่งการผจญภัย! ไม่ใช่แค่การซ่อมแซม, เต็มไปด้วยความหวัง ไม่ใช่ความเสียใจอยู่ซ้ำๆ และนี่คือการเริ่มต้นใหม่ ที่ไม่ใช่การย้อนกลับไปสู่อดีตที่คุณรู้สึกหวาดกลัว อยากให้คุณได้ค้นพบจริงๆ เลยว่า

  • เสียงจริงๆ ของคุณฟังดูเป็นยังไง?
  • ความฝันที่แท้จริงของคุณ คืออะไร?
  • จริงๆ แล้ว คุณชอบอะไร? เกลียดอะไร?
  • ความพิเศษของคุณสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง?

การเดินทางสู่ความเป็นอิสระ! ไม่ใช่การกลับไป แต่เป็นการพัฒนาตัวเองเพื่อเดินหน้า

อย่างที่ได้บอกไปว่าการค้นพบตัวเองครั้งแรกไม่ใช่การย้อนกลับไปสู่อดีต อดีตเพียงแต่สอนคุณ ว่าอะไรใช่? อะไรไม่ใช่? และอดีตไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณ ส่วนอนาคตก็ยังไม่ใช่คำตอบ! คุณสามารถเดินหน้าไปสู่ทุกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้เสมอ! และไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบที่เหมือนกัน! เพราะถ้าทุกคนเหมือนกันไปหมด โลกนี้คงน่าเบื่อ! เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มเห็นคุณค่าตัวเอง คุณไม่ต้องพิสูจน์คุณค่าให้ใครเห็น! เมื่อคุณได้ลองมองตัวเองแบบใหม่ คุณจะรู้ว่าคุณสมบูรณ์แบบเสมอ! แค่คุณอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ความพรีเมียมของคุณเป็นของขวัญ ไม่ใช่ข้อบกพร่อง! ความรู้สึกของคุณมีคุณค่าและสมควรได้รับการเคารพ! เพราะคุณนั้นมีคุณค่าอยู่แล้ว ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกใบนี้!

การเปลี่ยนแปลงทีละขั้นและการตั้งขอบเขตชีวิตของคุณขึ้นมาใหม่

ขั้นที่ 1 : ตระหนักรู้ให้ได้ว่า อ๋อ ที่ผ่านมาคุณได้เรียนรู้ที่จะซ่อนตัวเองมาตลอด

ขั้นที่ 2 : การตั้งคำถามใหม่ ใครบอกว่าสิ่งที่คุณเป็นนั้นผิด?

ขั้นที่ 3 : การทดลองกับปัจจุบัน ถ้าคุณเป็นตัวเองจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น?

ขั้นที่ 4 : การยอมรับ คุณคือคุณและนั่นก็เพียงพอแล้ว

คุณค่าที่ไร้เงื่อนไขในตัวคุณ เริ่มจากจัดการความไม่ปลอดภัยในวัยเด็กที่อยู่ในใจ

มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับคุณค่าในตัวเอง ว่าคุณค่าที่แท้จริงของคนเรานั้นไม่ได้มาจากการทำอะไร? หรือไม่ทำอะไร? ไม่ได้มาจากการทำให้คนอื่นพอใจ, ไม่ได้มาจากการไม่สร้างปัญหาและไม่ได้มาจากการทำตัวเองให้ดูไม่โดดเด่น แต่มาจากการที่คุณเป็นตัวของตัวเอง เหมือนช้างตัวน้อยที่โตเป็นช้างตัวใหญ่ แล้วเริ่มก้าวออกจากจุดเดิม เมื่อเชือกเริ่มขาด นั่นก็เกิดจากวันหนึ่งที่คุณเริ่มพูดคำว่า “ไม่” อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกของชีวิต!

  • ไม่! คุณไม่ต้องทำให้ทุกคนพอใจ
  • ไม่! คุณไม่ต้องทำตัวให้เล็กเพื่อให้คนอื่นสบายใจ
  • ไม่! คุณไม่ต้องขออนุญาตเพื่อเป็นตัวเอง

เสียงแตกขาดของเชือกจึงได้เริ่มต้นดังขึ้น ฉั๊บ!

และในวินาทีนั้น คุณอาจจะรู้สึกตกใจก็ได้ ว่า จริงเหรอที่คุณทำได้? มันง่ายขนาดนี้เองเหรอ?

หลังจากเชือกขาด ฉั๊บ!

ความรู้สึกแรก อาจจะเป็นความเบาสบาย, อากาศหายใจที่สดชื่นและพื้นที่ที่กว้างขวาง

หลังจากเชือกขาด ฉั๊บ!

ความรู้สึกที่สอง อาจจะเป็นความรับผิดชอบ ตอนนี้คุณเป็นคนควบคุมชีวิตตัวเอง!

หลังจากเชือกขาด ฉั๊บ!

และความรู้สึกครั้งที่สาม อาจจะเป็นความตื่นเต้น เพราะในที่สุดคุณก็ได้รู้จักตัวเอง เหมือนได้เกิดใหม่ในวันนี้!

การค้นพบที่ไม่เคยสิ้นสุด ความจริงของดอกไม้บานกับดอกไม้เหี่ยว

บางครั้งคุณก็เหมือนดอกไม้ที่เบิกบาน, เต็มเปี่ยมด้วยสีสันและความงาม, ได้มีชีวิตชีวาและมีพลังงานอย่างเหลือล้น! แต่บางคนกลับชอบดอกไม้เหี่ยวมากกว่า เพราะมันเงียบ, ไม่โดดเด่น, ดูปลอดภัยและไม่สร้างความวุ่นวาย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณล่ะ เพราะบางทีคนเขาก็ชอบดอกไม้ที่ดูเหี่ยวเฉา บางทีอาจเพราะพวกเขากลัวความเปลี่ยนแปลงหรืออิจฉาพลังชีวิตที่คนอื่นมีอย่างอิสระ!

แก้ปมในใจด้วยความเข้าใจธรรมชาติของคน แล้วพัฒนาตัวเองต่อไป

ย้ำอีกครั้ง! ถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณ บางทีเป็นเพราะบางคนเขาชอบดอกไม้เหี่ยวและที่เป็นแบบนั้นก็เพราะ

  • เขากลัวการเปลี่ยนแปลง : เพราะความไม่แน่นอนทำให้รู้สึกวิตกกังวล เมื่อคุณคิดต่างนั่นทำให้เขากังวล จงให้อภัย
  • เขาอิจฉาพลังชีวิต : คนที่รู้สึกแต่ความขาดแคลน ยังไม่สามารถโอบรับกับสิ่งดีๆ ได้ ให้คุณเมตตา
  • เขาไม่เข้าใจความสวยงามของชีวิต : จึงไม่กล้าออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลาย ขอคุณจงเข้าใจ
  • เขาแค่ต้องการได้เป็นฝ่ายควบคุม : รู้สึกมีอำนาจเมื่ออยู่กับดอกไม้เหี่ยวและรู้สึกว่าจัดการได้ง่ายกว่า ส่วนคุณคือคนสร้างกฎชีวิตของตัวคุณเอง คุณจงเบิกบาน!

นี่จึงไม่ใช่เหตุผลที่คุณต้องเหี่ยวเฉาตามผู้อื่น

  • คุณมีสิทธิ์ที่จะเบิกบาน, ส่องแสงและเผยสีสันในตัวคุณ
  • คุณสามารถเปล่งประกายความงดงามในตัวเองและส่งกลิ่นหอมของความเป็นคุณออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด!
  • ส่วนใครที่ชอบดอกไม้เหี่ยว เขาก็ชอบอยู่กับดอกไม้เหี่ยว ให้คุณเบิกบานต่อไป, แกว่งไกวในสายลมด้วยความมั่นใจและพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ดอกไม้อื่นๆ อีกมาก

ความสนุกในชีวิตเริ่มขึ้น เมื่อคุณได้รู้ว่าการเดินทางบนโลกใบนี้ไม่มีวันจบ ตราบใดที่คุณยังหายใจ

การค้นพบตัวเองครั้งแรกไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว อยากให้คุณยอมรับตัวเองและรู้ว่านี่คือการเดินทางที่ยาวนาน แล้วในทุกวันคุณจะค่อยๆ ค้นพบว่า

  • วันนี้คุณค้นพบว่าคุณชอบสิ่งนี้!
  • วันนี้คุณค้นพบว่าคุณไม่ยอมใครแล้ว!
  • วันนี้คุณค้นพบว่าคุณฝันอยากจะเป็นอะไร?
  • วันนี้คุณค้นพบว่าคุณแข็งแกร่งมากขึ้นแค่ไหน?

วิธีเป็นตัวเองและบางทีสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ

  • คุณรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีค่า แม้จะมีคนไม่เข้าใจ
  • คุณสมควรได้รับความรัก แม้จะมีคนไม่ยอมรับ
  • คุณเป็นของขวัญให้โลก แม้จะมีคนไม่ชอบคุณ

เพราะในที่สุด คุณก็เป็นช้างที่โตแล้ว มีความมั่นใจในตัวเอง! ดึงเชือกที่เหนี่ยวรั้งคุณออกมาอย่างง่ายๆ ฉั๊บ! ฉั๊บ! ฉั๊บ! ไม่ใช่ลูกช้างที่ต้องถูกผูกมัดและเชือกเส้นนั้น มันขาดได้ง่ายจริงๆ เพียงแค่คุณตัดสินใจก้าวออกมา!

ความเข้าใจผิดเรื่องการเป็นตัวเอง

หลายคนคิดว่าการเป็นตัวเองคือ การทำตามใจตัวเองเสมอ, การไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น, การไม่ปรับตัว, การดื้อรั้นไม่ฟังใคร แต่ความจริงแล้วนี่เป็นเรื่องที่ยังเข้าใจผิดในการเป็นตัวเอง

ความจริงแล้วการเป็นตัวเอง คือ

  • การรู้จักตัวเองดีและเลือกที่จะแสดงออกอย่างมีสติ
  • การเคารพคนอื่น โดยไม่ต้องเสียสละตัวตน
  • การปรับตัวได้ โดยไม่สูญเสียหลักการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
  • การฟังคนอื่น โดยยังได้ยินเสียงของตัวเองพูดดีๆ กับตัวเองอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยความมั่นใจ ว่าตัวเองโชคดีและดีพออยู่เสมอ!

เป็นตัวเองในยุคที่เทคโนโลยีล้ำหน้า กลบเสียงของจิตใจ

การเลิกใส่ใจคำพูดคนอื่นในยุคโซเชียลมีเดียต้องใช้กลยุทธ์ใหม่

คุณไม่กล้าเป็นตัวเองในยุค digital authenticity หรือโลกออนไลน์เพราะ

  • คุณถูกสอนให้ใช้ชีวิต เหมือนคนอื่น
  • คุณรู้สึกว่าการแสดงความอ่อนแอถูกมองว่าไม่เท่
  • คุณคิดว่าทุกคนอยากให้คุณดูมีความสุขตลอดเวลา
  • คุณเริ่มเกิดการเปรียบเทียบในทุกวินาที

นี่คือวิธีเป็นตัวเองด้วยคำถามใหม่ที่คุณต้องถาม

  • คุณโพสต์เพื่อแสดงตัวตนจริงหรือเพื่อสร้าง image ใหม่ที่คุณไม่ได้เป็น?
  • คุณดูคนอื่นเพื่อหาแรงบันดาลใจหรือเพื่อเปรียบเทียบ?

แทนที่จะลดคุณค่าในตัวเอง ให้คุณสร้างชุมชนแห่งการยอมรับ

หาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการเดินหรือทำอะไรคนเดียว แต่หมายถึงการเปิดใจหาคนใหม่ๆ ที่เข้าใจคุณ

การยอมรับตัวเองและออกแบบวงสังคมใหม่

แทนที่จะพยายามเปลี่ยนคนรอบข้างให้เข้าใจคุณ คุณสามารถ

  • หาชุมชนที่ซาบซึ้งในความลึกซึ้ง
  • คบคนที่เห็นคุณค่าของการใส่ใจ
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเป็นตัวเอง
  • ให้ความรู้และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

การเป็น role model ให้ผู้อื่น

เลิกทำให้คนอื่นพอใจ คือ การที่คุณเป็นตัวเองอย่างกล้าหาญ คุณก็กลายเป็นแสงสว่างให้คนอื่นที่ยังติดอยู่ในเชือกเส้นนั้น บางทีการอ่านเรื่องนี้ อาจทำให้คุณได้มองตัวเองในมุมใหม่หรืออย่างน้อยๆ ก็ทำให้คุณรู้ว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ในการเดินทางแห่งการค้นพบตัวเองนี้และนี่ถือเป็นวันเกิดใหม่ของคุณ คุณคนที่พิเศษ!

ของขวัญวันเกิดใหม่ ที่คุณได้ค้นพบตัวเองเป็นครั้งแรก หลุดพ้นจากอดีต

แม้ไม่มีเค้กวันเกิดให้ แต่มีการเยียวยาใจ, ไม่มีของขวัญใด แต่มีการค้นพบตัวเอง, ไม่มีเทียนสว่างๆ แต่มีแสงสว่างใหม่ในใจให้คุณและไม่มีเพลงวันเกิดที่จะร้องให้คุณฟัง แต่มีเสียงของความเป็นอิสระมอบให้คุณ!

สิ่งที่คุณให้คนอื่นได้

  • คุณให้โอกาสใหม่กับคนอื่น ให้เขาได้เห็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของคุณ
  • คุณให้ความภาคภูมิใจกับผู้อื่น เมื่อคุณได้ค้นพบความแข็งแกร่งของตัวคุณเองอีกครั้ง
  • คุณให้ความซาบซึ้งใจและทำให้คนอื่นได้เป็นพยานแห่งความกล้าหาญของตัวคุณเอง
  • คุณได้มอบความสุขกับใครๆ เพราะคุณมีความสุขมากขึ้นและเมื่อเปลี่ยนช้างตัวน้อยกลายเป็นช้างโต

คำอวยพรในวันเกิดใหม่ของคุณ

จากใจจริง วันนี้คุณก็รู้แล้วว่าพลังภายในของมนุษย์สวยงามที่สุด ขอมอบของขวัญวันเกิดใหม่นี้ให้คุณ ด้วยคำอวยพรนี้

  • ขอให้วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่
  • ขอให้ทุกวันเต็มไปด้วยการค้นพบที่น่าตื่นเต้น
  • ขอให้คุณมีความสุขในทุกก้าวของการเป็นตัวเอง
  • และขอให้คุณเกิดความภาคภูมิใจในช้างโตที่คุณเลือกเป็น

ขอบคุณที่คุณเกิดมาและจดจำวันสุขสันต์วันเกิดใหม่ในเดือนนี้

คุณเป็นช้างที่โตแล้ว, แข็งแกร่ง, มีค่าและคุณสมควรได้รับทุกสิ่งดีๆ ในชีวิต อยากให้คุณได้ปล่อยทุกอย่างออกมา

  • ทุกความเจ็บปวดที่สะสมมา
  • ทุกความกดดันที่แบกไว้
  • ทุกความรู้สึกที่ถูกปิดกั้น

เพราะหลังจากนี้เป็นต้นไป นี่คือความเบาสบายและเสรีภาพที่แท้จริงในชีวิตคุณ

ในอ้อมกอดนี้

กอดคุณนะ กอดคุณแน่นๆ เลย ให้ฉันกอดคุณไว้

  • กอดเด็กคนนั้นที่เหงามาตลอด
  • กอดคนที่พยายามอย่างหนัก เพื่อให้คนรัก
  • กอดหัวใจที่เจ็บปวดมาเนิ่นนาน
  • กอดความกล้าหาญในตัวคุณ ที่ทำให้คุณมาถึงวันนี้

ตั้งแต่วันนี้คุณปลอดภัย! คุณไม่จำเป็นต้องแสดงหรือพิสูจน์อะไร? คุณได้เป็นตัวเองเต็มที่, คุณมีค่าและสมควรได้รับความรักเสมอนะ!

สรุป

ไม่ว่าคุณจะหาตัวตนได้ตั้งแต่วันนี้หรือยังไม่ได้! อยากให้คุณผ่อนคลายและอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรีบไปไหน การค้นหาตัวเองในครั้งนี้ที่ได้เกิดขึ้น ขอให้คุณได้รู้สึกถึงความอุ่นใจและเกิดความเข้าใจในตัวคุณเองอย่างแท้จริง! นี่ก็เป็นวิธีเป็นตัวเองที่คุณทำได้ดีมากขึ้นจากเดิมแล้ว! คุณแข็งแกร่งมาก, คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว, คุณสมควรได้รับทุกสิ่งดีๆ, และเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ จดจำวันนี้เอาไว้ วันที่คุณรู้ว่าคุณมีค่าและสมควรได้รับความรักที่ดีทุกวัน, วันที่คุณเลือกตัวเองและเยียวยาหัวใจตัวเอง bansurvival ขอให้คุณมีความสุขมากๆ เพราะคุณสมควรได้รับทุกอย่างที่คุณต้องการ! ขอให้คุณหลุดพ้นจากอดีตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป! ตัดเชือกเส้นนั้นออกไปจากใจ ฉั๊บ! แล้วคุณอยากทำอะไรให้คุณทำ เลิกแคร์! ให้เริ่มต้นใหม่ให้เต็มที่ไปเลย! คุณไม่ต้องเป็นเงาของใคร ไม่ต้องเป็นเหมือนใคร แค่เป็นตัวของคุณเอง!

Phil Stutz และ Barry Michels - เครื่องมือ 5 เครื่องมือเพื่อช่วยคุณค้นหาหลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และ Willpower
Shopee.co.th
฿ 293
Phil Stutz และ Barry Michels - เครื่องมือ 5 เครื่องมือเพื่อช่วยคุณค้นหาหลักสูตรความคิดสร้างสรรค์และ Willpower

ผู้เขียน

Scroll to Top
logo-bansurvival-for-pdpa-cookie-500-192
ภาพรวมความเป็นส่วนตัวนะเธอ
เว็บไซต์นี้ชั้นใช้คุกกี้ก็เพื่อ
ให้เว็บไซต์มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด 
ดังนั้นชั้นเอาไปทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ 
เพราะข้อมูลคุกกี้จะถูกจัดเก็บไว้ในเบราว์เซอร์
หรือบนคอมของเธอหรือมือถือของเธอนั่นแหละ
 จะทำให้เกิดการจดจำและเข้าสู่เว็บไซต์ได้เร็วขึ้น 
 เมื่อเธอกลับมาที่หน้าเว็บไซต์ซ้ำอีกครั้ง
และยังเป็นการสนับสนุนชั้นและทีมของชั้น
ให้มีกำลังใจในการพัฒนาเว็บไซต์
และหาข้อมูลดีๆ มาให้เธออ่านอีก จบเนอะ!